บัลลังก์หมอยาเซียน นิยาย บท 444

อัปเดต บทที่ 444 ไม่สามารถให้กำเนิดตั้งแต่แรก ของ บัลลังก์หมอยาเซียน

ประกาศ บัลลังก์หมอยาเซียน ได้อัปเดต บทที่ 444 ไม่สามารถให้กำเนิดตั้งแต่แรก พร้อมรายละเอียดที่น่าทึ่งและคาดไม่ถึงมากมาย ในการเขียนที่คล่องแคล่วในข้อความที่เรียบง่าย แต่จริงใจบางครั้งความโรแมนติคที่สงบของผู้แต่ง Internet ใน บทที่ 444 ไม่สามารถให้กำเนิดตั้งแต่แรก พาเราไปสู่ขอบฟ้าใหม่ ลองอ่านซีรี่ส์ บทที่ 444 ไม่สามารถให้กำเนิดตั้งแต่แรก บัลลังก์หมอยาเซียน ที่นี่ แป้นค้นหา: บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 444 ไม่สามารถให้กำเนิดตั้งแต่แรก

พระชายาจี้พูดกับฉินเฟยว่า “เสด็จแม่ ลูกจะรอท่านอยู่ด้านนอกนะเพคะ”

พูดจบ นางก็หมุนตัวเดินออกไป ไม่มองอ๋องจี้เลยด้วยซ้ำ

อ๋องจี้ไม่อยากเชื่อมองตามเงาร่างของนางที่หมุนตัวจากไป

เขาเดินออกไปจริงๆ

ฉินเฟยนิ่งอึ้ง ใช้ดวงตาที่ร้องไห้จนบวมเป่งมองไปยังอ๋องจี้ พูดอย่างนุ่มนวลว่า “เกิดเรื่องอะไรขึ้น นางเป็นบ้าอะไรขึ้นมา แล้วทีนี้จะวิ่งเต้นกันอย่างไร ”

อ๋องจี้ย่อมไม่กล้าพูดเรื่องที่เขาเคยคิดจะหย่านางออกไป ได้แต่พูดเสียงเย็นว่า “ตั้งแต่หยางเอ๋อแต่งเข้ามา นางก็มีท่าทีกลับตาลปัตรเช่นนี้ตลอดมา ”

ฉินเฟยขมวดคิ้วมองเขา “เจ้าคงไม่ได้เอาใจพระชายารองจนลืมนางหรอกนะ เจ้าจะทำเช่นนี้ไม่ได้เด็ดขาด ตอนนี้เรื่องราวหลายอย่างของเจ้า ยังต้องพึ่งพานางกับตระกูลมารดาของนาง”

“ตระกูลถงไร้ประโยชน์ที่จะใช้งานแล้ว”อ๋องจี้พูด “เมื่อครู่ท่านก็ได้ยินแล้ว นางบอกว่าถงอันได้ถูกเสด็จพ่อเมินเฉยไปแล้ว”

ฉินเฟยเอ่ยอย่างตำหนิว่า “สายตาสั้นและตื้นเขินเสียจริง ตระกูลถงเป็นตระกูลขุนนางใหญ่เก่าแก่ มีขุนนางที่มีอำนาจในราชสำนักมาก อีกทั้งฐานของตระกูลถงก็แน่นหนา ถ้าหากเกลี้ยกล่อมได้ ภายหน้าเจ้าจะใช้จ่ายเท่าไหร่ก็มีพอให้เจ้าใช้ อีกอย่าง ถงอันอยู่ในราชสำนักมาตั้งนาน สร้างคุณงามความดีไว้ไม่น้อย แม้เสด็จพ่อของเจ้าจะเฉยชากับเขาชั่วคราว ภายหน้าหากต้องใช้ประโยชน์ ถงอันก็มีความสามารถนั้นอยู่ดี ”

อ๋องจี้ได้ยินคำพูดนี้ของฉินเฟย สีหน้าก็ซีดขาวลงไปบ้างเล็กน้อย ผ่านไปชั่วครู่ ก็เอ่ยอย่างละอายใจว่า “เช่นนั้นเสด็จแม่ลองไปคุยกับนางดู ให้นางกลับบ้านมารดาไปลองวิ่งเต้นดู ให้นางไปหาถงอันเพื่อร่วมมือกับเหล่าขุนนางใหญ่สักสิบกว่าคน ถวายฎีกาเพื่อขอความเป็นธรรมให้ข้า ”

ฉินเฟยถลึงตาให้เขาทีหนึ่ง “รู้อยู่แล้วว่าเจ้ามันต้องเอาแต่ใจพระชายารองจนเย็นชาต่อนาง ไม่ใช่แม่ต่อว่าเจ้า เจ้าน่ะ ใช้สายตามองการณ์ไกลหน่อยได้หรือไม่ ตอนนั้นหากไม่ใช่เพราะได้นางคอยช่วยเหลือเต็มกำลัง หว่านเงินทองเท่าที่มีทั้งหมดเพื่อรวบรวมคนให้เจ้า เจ้าจะมีอำนาจดุจตอนนี้ได้อย่างไร ก็คงมีชื่อว่าเป็นลูกชายคนโตของฮ่องเต้ประดับอยู่เท่านั้น ”

อ๋องจี้ไม่ชอบฟังคำพูดเหล่านี้ เอ่ยขึ้นเรียบๆว่า “เสด็จแม่ ท่านชอบดูถูกลูก คนเหล่านั้นล้วนเห็นแก่นางทั้งนั้นหรือ ทุกคนต่างก็เห็นแก่ตำแหน่งลูกชายคนโตของฮ่องเต้ของข้าต่างหาก ช่วยสนับสนุนข้า ภายหน้าจะได้เลื่อนตำแหน่งอย่างรวดเร็ว ”

ฉินเฟยเห็นเขายังคงยึดมั่นและดื้อดึง คงไม่สามารถพูดกล่อมเขาที่นี่ได้ อีกอย่างที่นี่ก็ไม่ใช่สถานที่ที่จะพูดด้วย

นางกดเสียงลงต่ำ ถามว่า “เจ้าบอกกับข้ามาตามตรง เจ้าเป็นคนทำจริงหรือไม่ ”

อ๋องจี้กระทืบเท้า “ลูกไม่เคยทำ ต้องเป็นฝีมือเจ้าห้าแน่ หลายวันก่อนหน้านี้ข้าเคยทะเลาะกับเขาในจวน เขาจึงใช้แผนการร้ายนี้มาใส่ความข้า ”

ฉินเฟยพูดอย่างโมโห “รังแกกันมากเกินไปแล้ว ทำไมเสด็จพ่อของเจ้าจึงได้หลงกลเล่า”

“เสด็จแม่ ท่านต้องช่วยคิดหาวิธีการนะ”อ๋องจี้เอ่ยด้วยสีหน้าโศกเศร้า

นางใช้ความคิด พูดว่า “ช่วงนี้เจ้าอยู่ที่นี่อย่างสงบไปก่อน ข้าจะหานางเพื่อลองคุยดู ถ้านางยังโกรธอยู่ ก็คงต้องทบทวนให้นางฟังว่าเจ้าเป็นพ่อของลูกสาวนาง เป็นสามีของนาง ถ้าหากเจ้าต้องโชคร้าย นางเองก็คงไม่มีวันได้อยู่อย่างมีความสุข”

ดวงตาของอ๋องจี้มีแววแห่งความหวังผุดขึ้นมา “ที่เสด็จแม่พูดมาล้วนถูกต้อง เช่นนั้นก็รบกวนเสด็จแม่ช่วยลูกวิ่งเต้นด้วย”

“อืม คำพูดของข้า นางคงไม่กล้าต่อต้าน”ฉินเฟยกำชับอีกไม่กี่ประโยค จึงหมุนตัวจากไป

พระชายาจี้รออยู่ที่ด้านนอกของคุกหลวง เห็นฉินเฟยเดินออกมา ก็เดินเข้าไปรับ ขึ้นรถม้าไปพร้อมกับนาง

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บัลลังก์หมอยาเซียน