บัลลังก์หมอยาเซียน นิยาย บท 428

อ่าน บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 428 เพ้ย!

นวนิยาย บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 428 เพ้ย! ได้รับการอัปเดตพร้อมรายละเอียดที่ไม่คาดคิดมากมายเพื่อลบปมทางอารมณ์มากมายระหว่างผู้นำชายและหญิง นอกจากนี้ผู้แต่ง Internet ยังมีความแยบยลในการทำให้สถานการณ์แตกต่างไปจากเดิมอย่างมาก มาติดตาม บทที่ 428 เพ้ย! ของซีรี่ส์ บัลลังก์หมอยาเซียน โดยผู้แต่ง Internet

คีย์เวิร์ดที่ค้นหา:

Story บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 428 เพ้ย!

บัลลังก์หมอยาเซียน โดย Internet

รถม้าทำขึ้นเป็นพิเศษ ด้านในปูด้วยเบาะรองนั่งนุ่มสบาย หลังจากที่หยวนชิงหลิงขึ้นไป นางก็กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่ในอ้อมแขนของหยู่เหวินเห้า ท่านี้สามารถช่วยให้นางหลีกเลี่ยงแรงกระแทกที่รุนแรงเกินไปได้พอสมควร

เมื่อเห็นสภาพที่ดูเงอะงะงุ่มง่ามของตัวเอง หยวนชิงหลิงก็ถอนหายใจเฮือก: "ถ้าวันหน้าเด็กสามคนนี้ซุกซนก่อความวุ่นวาย ข้าจะตีให้ตายเลยคอยดู"

“ไม่ต้องรอให้ถึงตาเจ้าลงมือหรอก” หยู่เหวินเห้าพูดอย่างเผด็จการ กำหมัดแน่นแล้วพูดเสียงดังลั่นว่า “แค่หมัดเดียวก็ทำให้พวกเขาเละจนกลายเป็นโคลนได้เลยเชียวล่ะ”

“โหดร้ายเกินไปแล้ว” หยวนชิงหลิงตกใจจนอกสั่นขวัญแขวน

หยู่เหวินเห้าแค่นเสียงเฮอะในลำคอขึ้นมาสองครั้ง “ให้พวกเขารู้ตั้งแต่ยังเล็กว่า โลกใบนี้มันช่างโหดร้าย เช่นเดียวกับข้าที่เป็นพ่อของพวกเขานี่แหละ อดทนแบกรับทุกอย่างก็ยังต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างไม่ปลอดภัย”

หยวนชิงหลิงกอดแนบแอบอิงเขาแน่น ไม่พูดอะไรออกมาอีก

“เป็นอะไรไป ? ไม่สบายตรงไหนรึ ?” หยู่เหวินเห้าถามพร้อมกับกอดนางไว้แน่น

หยวนชิงหลิงเงยหน้าขึ้นมองเขา ในดวงตาแฝงแววโศกเศร้าเล็กน้อย "เจ้าห้า ข้าไม่อยากให้เจ้าเป็นฮ่องเต้เลย"

“ทำไมจู่ๆ ถึงพูดอะไรแบบนี้ออกมาล่ะ?” หยู่เหวินเห้าตกใจจนผงะ มองนางแล้วหัวเราะ “เจ้ากลัวสาวงามสามพันนางในวังหลังรึ ? เจ้าวางใจเถอะ หากข้าได้เป็นฮ่องเต้จริง ๆ ข้าจะดีกับเจ้าเพียงคนเดียวเท่านั้น"

หยวนชิงหลิงยัดร่างของตัวเองขึ้นมาเล็กน้อย “เจ้าจะแต่งหรือไม่แต่งใครไม่สำคัญ แต่เมื่อครู่เจ้าเพิ่งบอกว่า เจ้าอดทนทุกอย่างก็ยังต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างไม่ปลอดภัย ในหมู่มวลพี่น้องของเจ้า ความรักใคร่สายสัมพันธ์ที่แท้จริงจะมีอยู่สักเท่าไหร่กัน ? เพื่อตำแหน่งนั้น ก็ไม่ใช่ว่าต้องต่อสู้แย่งชิงกันจนไม่เจ้าก็ข้าต้องตายกันไปข้างหรอกรึ? หากวันหน้าลูก ๆ ของเราต้องเดินตามรอยพวกเจ้าพี่น้องขึ้นมา จะทำอย่างไรล่ะ?”

คำถามนี้ หยู่เหวินเห้าเองก็ไม่เคยคิดมาก่อนจริง ๆ ทันทีที่หยวนชิงหลิงพูดเช่นนี้ เขาเองก็ถึงกับตกตะลึงจนผงะไป

“นี่... อาจจะเป็นลูกผู้หญิงสอง ลูกชายหนึ่งก็ได้นะ?” หยู่เหวินเห้าพูดอย่างมองโลกในแง่ดี

“หรืออาจไปได้ว่า บางทีทั้งสามคนอาจเป็นผู้ชายหมดก็ได้?” หยวนชิงหลิงถามย้อน

หยู่เหวินเห้ารู้สึกหดหู่ขึ้นมาชั่วขณะหนึ่ง

สิ่งนี้ช่างขัดกับความประสงค์ของเขายิ่งนัก เขาตั้งตารอลูกสาวสองลูกชายหนึ่งมาโดยตลอด เพื่อที่เขาจะได้โอบซ้ายประคองขวาอยู่ในจวน ลูกชายก็ออกไปทำงานอย่างขยันขันแข็ง เพื่อหาเงินกลับมาเลี้ยงดูครอบครัว

“หรือถ้าเป็นลูกชายสองคน ก็อาจคิดเข่นฆ่ากันเองได้อยู่ดี ตำแหน่งนั้นจะทำให้คนเป็นบ้ากันไปหมด” หยวนชิงหลิงพูด

หยวนชิงหลิงมองไปที่ท้องของนาง "เช่นนั้นควรทำอย่างไรดีล่ะ?"

"ข้าไม่รู้"

หยู่เหวินเห้าพูดขึ้นว่า: "ถ้าอย่างนั้นพวกเราไม่ต้องเป็นฮ่องเต้ก็พอแล้วนี่"

“ถึงตาเจ้าพูดแบบนี้แล้วรึ ? ตอนนี้เจ้าวางแผนทุกอย่างไว้หมดแล้วนะ”

หยู่เหวินเห้าพูดว่า: "นั่นเป็นเพียงการรวมความคิดเข้าด้วยกัน ไม่จำเป็นต้องนั่งในตำแหน่งนั้นจริงๆก็ได้"

เขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ช่างมันเถอะ มาคิดเรื่องเอาตอนนี้ก็ยังนับว่าเร็วเกินไป ในอดีตมีรัชทายาทกี่พระองค์กันที่ทนไปได้จนถึงวันตาย เมื่อฮ่องเต้ยังไม่สิ้นพระชนม์ พวกเราก็ยังไม่ต้องวิตกกังวลไปหรอกนะ”

หยวนชิงหลิงคิดไปคิดมา ก็เห็นด้วยตามนั้น ตอนนี้มากังวลเรื่องนี้ก็ออกจะเกินเหตุไปหน่อยจริง ๆ บางทีทั้งสามคนอาจจะเป็นผู้หญิงหมดก็ได้?

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่คลอดท้องนี้แล้ว นางก็จะไม่คลอดอีก

หลังจากผ่านวันเวลาอันสงบราบรื่นไปได้กว่าครึ่งเดือน หากไม่ใช่เพราะไม่สบายกาย นางก็คงรู้สึกว่าตัวเองได้ขึ้นไปอยู่บนสวรรค์กว่าครึ่งเดือนเลยทีเดียว

หากจะพูดว่าคลอดลูกชายออกมา ก็ต้องถูกลิขิตมาให้มีชีวิตเกลือกกลั้วอยู่ในกระแสน้ำวนอันลึกลับซับซ้อน ต้องคอยใช้ชีวิตอย่างหวาดกลัวทุกเมื่อเชื่อวันแล้วล่ะก็ เช่นนั้นก็ไม่สู้เป็นเด็กผู้หญิงหมด มันคงจะดีกว่าจริง ๆ นั่นแหละ

หลังจากเข้าวังไป สองคนสามีภรรยาก็ไปน้อมทักทายไท่ซ่างหวงก่อน ฮองเฮากับฮ่องเต้หมิงหยวนก็อยู่ที่นั่นด้วย

คืนโต้รุ่งของปีนี้ ฮ่องเต้หมิงหยวนก็มีเวลาว่างเช่นกัน หลังจากพระองค์ปิดผนึกตราประทับใหญ่เมื่อคืนเสร็จ วันนี้พระองค์ก็มีเวลาว่างแล้ว ฮ่องเต้หมิงหยวนยังทรงแต่งองค์ทรงเครื่อง โกนหนวดเคราจนสะอาดสะอ้าน พระพักตร์ขาวผ่อง บวกกับฉลองพระองค์สีเหลืองสดใส ขับเน้นให้เห็นถึงสง่าบารมี ทั้งยังเพิ่มความอ่อนโยนขึ้นไม่น้อยอีกด้วย

เนื่องจากเพิ่งจะเป็นยามอู่(ประมาณเที่ยง) พระองค์จึงมีเวลามาน้อมทักทายไท่ซ่างหวง และพูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องในครอบครัว

สิ้นปีนี้ ถึงเวลาแล้วที่จะละทิ้งความยุ่งยากทั้งหมด และอุทิศพลังงานทั้งหมดให้กับการพักผ่อน

การมาถึงของคู่สามีภรรยาหยู่เหวินเห้า ทำให้พระตำหนักฉินคุนคึกคักมีชีวิตชีวาขึ้นกว่าเดิมมาก

เมื่อเห็นท้องท้องอันใหญ่โตของหยวนชิงหลิง ฉางกงกงอดไม่ได้ที่จะออกไปช่วยพยุงนาง “พระชายาโปรดเดินอย่างระมัดระวังด้วย มองธรณีประตู ก้าวขึ้น ใช่ ก้าวขึ้นอีกครั้ง…”

หยวนชิงหลิงถึงกับพูดไม่ออก "กงกง แค่เดินข้ายังทำได้อยู่นะ"

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บัลลังก์หมอยาเซียน