บัลลังก์หมอยาเซียน นิยาย บท 413

อัปเดต บทที่ 413 ฮ่องเต้ทรงทราบเรื่อง ของ บัลลังก์หมอยาเซียน โดย Internet

ด้วยนวนิยายชื่อดัง บัลลังก์หมอยาเซียน ของ Internet ที่ทำให้ผู้อ่านหลงรักทุกคำไปที่บท บทที่ 413 ฮ่องเต้ทรงทราบเรื่อง ผสมกับปีศาจพล็อต บทต่อไปของซีรีส์ บัลลังก์หมอยาเซียน จะวางจำหน่ายในวันนี้หรือไม่
คีย์: บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 413 ฮ่องเต้ทรงทราบเรื่อง

มู่หรูกงกงถามขึ้นว่า “ยังมีเรื่องอะไรอีกหรือ?”

ทหารรักษาพระองค์ลังเลสักพัก พร้อมพูดขึ้นว่า “ท่านอ๋องพูดว่า คลอดลูกทั้งสามคนเสร็จแล้ว ก็จะไปท่องเที่ยวยุทธภพ ไม่ เรากลับไปเก็บของตอนนี้แล้วก็ไปจากเมืองหลวง พูดเช่นนี้ กงกง ท่านฟังรู้ไหมว่าความหมายสำคัญคืออะไร?”

มู่หรูกงกงโบกมือหัวเราะ พร้อมพูดขึ้นว่า “ไม่เป็นไร ไปไหนไม่ได้ ยังจะท่องเที่ยวยุทธภพ....อะไรนะ? ลูกสามคน?”

รอยยิ้มมู่หรูกงกงแข็งทื่อไปทันที แล้วก็รีบหันตัว ไปชนถูกประตู แต่ก็ไม่ทันสนใจ รีบพูดกับด้านในว่า “ฮ่องเต้ กระหม่อมมีเรื่องสำคัญต้องทูล”

ฮ่องเต้หมิงหยวนกำลังคุยงานกับโสวฝู่และขุนนางภายในราชสำนักหลายคน มู่หรูกงกงรับใช้มาตั้งนานหลายปีขนาดนี้ ไม่เคยตื่นเต้นขนาดนี้ หากไม่ใช่เรื่องสำคัญ เขาจะไม่มีทางรบกวน ดังนั้น ฮ่องเต้หมิงหยวนได้ยินว่ามีเรื่องต้องทูล จึงพูดขึ้นด้วยเสียงเข้มว่า “เข้ามา”

มู่หรูกงกงผลักประตูเข้ามา รีบเร่งฝีเท้าเดินไปด้านข้างฮ่องเต้หมิงหยวน พร้อมกระซิบแนบหูพูดขึ้น

เมื่อฮ่องเต้หมิงหยวนได้ฟัง ดวงตาเบิกโต พร้อมพูดขึ้นว่า “พูดเช่นนี้จริงหรือ?”

มู่หรูกงกงพูดว่า “ทหารรักษาพระองค์พูดมาเช่นนี้”

ยังไงฮ่องเต้หมิงหยวน ก็เป็นคนที่เคยผ่านประสบการณ์ต่างๆมามากมาย จึงยังสามารถพูดกับพวกโสวฝู่ว่า “ทุกท่านกลับไปก่อน พรุ่งนี้ค่อยคุยกันใหม่”

ทุกคนต่างมองตากัน แต่ก็ไม่กล้าถามว่ามีเรื่องอะไร เพราะดูหน้าฮ่องเต้ที่เหมือนคนท้องผูก ก็ไม่เหมือนเป็นเรื่องเลวร้าย

เมื่อเหล่าขุนนางไปแล้ว ฮ่องเต้หมิงหยวนก็รีบรับสั่งว่า “สั่งคนไปห้ามไว้ รีบพาตัวมายังห้องทรงพระอักษร ข้าจะถามด้วยตนเอง”

“ขอรับ”มู่หรูกงกงรับคำสั่ง แล้วก็รีบไปทันที

คนถูกตามมาทันที่หน้าประตูจวนอ๋องฉู่ ม้าเร็วแปดตัว ห้อมล้อมรถม้าของทั้งสองสามีภรรยา ไม่ยอมให้พวกเขาลงจากรถม้า

หลังจากครึ่งชั่วโมง อ๋องฉู่ผู้เย่อหยิ่งกับพระชายาอ๋องฉู่ที่ค่อนข้างอ้วนกลม ก็มายืนอยู่ในห้องทรงพระอักษร

เมื่อทั้งสองคนกำลังจะคุกเข่า ฮ่องเต้หมิงหยวนพูดขึ้นอย่างอ่อนโยนว่า “พระชายาอ๋องฉู่ไม่ต้องคุกเข่า”

หยู่เหวินเห้าจึงดึงนางไว้แล้วก็ยืนตัวตรง

ฮ่องเต้หมิงหยวนกวาดสายตาหันไปมอง พร้อมพูดขึ้นว่า “เจ้าตั้งครรภ์หรือขาหัก?”

หยู่เหวินเห้าจึงจำต้องคุกเข่าลง พร้อมพูดขึ้นว่า “ลูกถวายบังคมเสด็จพ่อ”

ฮ่องเต้หมิงหยวนพูดขึ้นอย่างเรียบเฉยว่า “อยู่อย่างนั้นไปก่อน”แล้วก็มองดูท้องของหยวนชิงหลิง รู้สึกว่าใหญ่ขึ้นเยอะมากจริงๆ

ในฐานะที่เป็นคนชำนาญในการมีลูกคนหนึ่ง (ยังไงก็มีลูกชายเก้าคน ลูกสาวยี่สิบกว่าคน) สายตาที่มองดูครรภ์จึงค่อนข้างเฉียบคม...เป็นพิเศษ

ก่อนหน้านี้รู้สึกกลมมน น่าจะเป็นผู้หญิง แต่ตอนนี้ดูแล้ว นอกจากกลมมน เมื่อมองดูอย่างละเอียดจะเห็นสามมุมแปดเหลี่ยม

ฮ่องเต้หมิงหยวนไม่เพียงมองด้วยตนเอง ยังเชิญหมอหลวงทั้งโรงหมอหลวงมาดูด้วย

สายตาหลายสิบคู่ ต่างจ้องมองท้องของหยวนชิงหลิง

หยวนชิงหลิง รู้สึกเหมือนตนเองเป็นเหมือนศิลาจารึกที่วางอยู่ในตำหนัก ถูกบีบบังคับแสดงนิทรรศการ เก้อเขินยิ่งนัก

จากนั้น ให้นางนั่งลง แล้วก็ผลัดเปลี่ยนกันตรวจชีพจร

หลังจากนั้นอีก ทุกคนต่างเห็นว่า

ความเป็นไปได้ที่จะมีลูกหนึ่งคนนั้นไม่มีแล้ว อย่างน้อยก็ต้องเป็นฝาแฝด

ฮ่องเต้หมิงหยวนถามว่า “ใครเป็นคนตรวจรู้ว่าเป็นแฝดสาม?ขุนนางเฉาหรือ?”

ตอนนี้ขุนนางเฉารออยู่ที่จวนเจ้าพระยาจิ้ง ไม่ได้มาด้วย

หยวนชิงหลิงพูดขึ้นว่า “นอกจากเขาแล้ว ยังมีลูกสะใภ้เองด้วย ลูกสะใภ้ก็เป็นหมอ และเมื่อตอนที่ท้องดิ้น ลูกสะใภ้ก็สามารถมองเห็นรอยเท้าหกข้างนูนขึ้นมาบนผิวหนัง”

ฮ่องเต้หมิงหยวนกลายเปลี่ยนแปลงแลดูเคร่งขรึม พร้อมพูดขึ้นว่า “รอยเท้าหกข้าง? หนึ่งในนั้นเป็นมือน้อยๆหรือเปล่า?”

“มือกับเท้า ลูกสะใภ้แยกแยะได้”หยวนชิงหลิงลูบท้อง พร้อมพูดขึ้น

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บัลลังก์หมอยาเซียน