บัลลังก์หมอยาเซียน นิยาย บท 341

อ่าน บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 341 พิธีส่งศพฉู่หมิงชุ่ย

นวนิยาย บัลลังก์หมอยาเซียน ได้รับการอัปเดต บทที่ 341 พิธีส่งศพฉู่หมิงชุ่ย ที่มีการพัฒนาขั้นสูงสุดมากมายสิ่งที่ทำให้ซีรีส์นี้พิเศษมากคือชื่อของตัวละคร ^ ^. หากคุณเป็นแฟนของผู้แต่ง Internet คุณจะรักการอ่าน! ฉันมั่นใจว่าคุณจะไม่ผิดหวังเมื่อคุณอ่าน มาอ่านนิยาย บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 341 พิธีส่งศพฉู่หมิงชุ่ย ตอนนี้ที่นี่

การอ่านนวนิยาย บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 341 พิธีส่งศพฉู่หมิงชุ่ย

บทที่ 341 พิธีส่งศพฉู่หมิงชุ่ย ของ บัลลังก์หมอยาเซียน นวนิยาย

ตอนที่หยวนชิงหลิงได้ยินคำพูดนี้ ทำให้รู้สึกเหมือนอยู่กันคนละโลกจริงๆ

ฉู่หมิงชุ่ยนำพาให้นางเกือบจะเข้าใกล้เงามรณะ จนตอนนี้ยังรับรู้ถึงความรู้สึกนั้นได้ไม่คลาย

เพียงแต่ คนตายก็ดุจไปที่ดับมอด บุญคุณความแค้นก็ควรสลายหายไปได้แล้ว

พิธีศพของฉู่หมิงชุ่ยนั้นเรียบง่ายมาก เดิมทีก็ไม่ควรมีพิธีศพอยู่แล้ว แต่เป็นเพราะยังไม่ได้ทำเรื่องของการเลิกร้าง อีกทั้งฮ่องเต้ถือว่าให้เกียรติตระกูลฉู่ ฉะนั้นจึงได้ยินยอมให้มีการจัดพิธีศพให้กับนาง

คนรุ่นใหญ่ต้องส่งคนรุ่นน้อยไปสวรรค์ ทางด้านตระกูลฉู่ย่อมเต็มไปด้วยบรรยากาศโศกเศร้า

หลังจากพระชายาจี้ไปแล้ว หยู่เหวินเห้าก็เห็นนางนั่งหดหู่อยู่ในห้องเป็นเวลาหลายวัน แต่บาดแผลก็ดีขึ้นจนไม่มีปัญหาอะไรแล้ว จึงได้พานางออกไปเดินเล่นข้างนอก

เดินตามเส้นทางที่ทอดยาวไป อะซี่กับหมันเอ๋อและสวีอีเดินตามอยู่ข้างหลัง อากาศเหน็บหนาวในฤดูเหมันต์ ลมหนาวม้วนตัวผัดผ่านถนนใหญ่ที่ผู้คน ยิ่งเพิ่มความรู้สึกซบเซาให้กับหน้าหนาวขึ้นอีกหลายส่วน

“ทำไมวันนี้ไม่มีผู้คนเลย”อะซี่รู้สึกประหลาดใจ คนที่เดินไปมา ล้วนดูเร่งรีบ แม้จะเป็นหน้าหนาว ก็คงไม่ถึงกับเงียบเหงาขนาดนี้กระมัง

สวีอีพูดว่า “ตระกูลฉู่มีพิธีส่งศพ คงไม่อยากเฉียดใกล้ความเคราะห์ร้าย ฉะนั้น จึงหลบเลี่ยงกันหมดกระมัง”

อะซี่พูดว่า “พิธีส่งศพก็ไม่ผ่านทางนี้นี่นา ไปทางนอกเมืองมิใช่หรือ”

“ไม่รู้ว่าจะไปฝังที่ไหน แต่คาดว่าคงไม่ได้ฝังในสุสานบรรพชนของตระกูลฉู่ เพราะเป็นลูกสาวที่แต่งออกไปแล้ว ”สวีอีพูด

หยู่เหวินเห้าไม่อยากได้ยินชื่อนี้ และก็ไม่อยากจะเดินตรงไปข้างหน้าอีกเพราะเกรงว่าจะเจอเข้ากับขบวนส่งศพ จึงได้เอ่ยกับหยวนชิงหลิงว่า “เจ้าหิวหรือยัง พวกเราไปหาที่นั่งพักกินเถอะ”

พอดีกับที่ข้างๆนั้นมีร้านน้ำชา พวกเขาจึงพาหยวนชิงหลิงขึ้นไปนั่งบนชั้นสอง สั่งชาโซ่วเหมยมาหนึ่งกา แล้วก็ให้เสี่ยวเอ้อชงชาพุทรามาให้หยวนชิงหลิงแก้วหนึ่ง และของว่างอีกสองสามอย่าง

ที่จริงหยวนชิงหลิงไม่ได้ไม่สบายใจ แต่อากาศหนาวเย็นมาก บวกกับร่างกายที่ไม่ได้ออกกำลัง ทำให้ดูเหมือนความกระตือรือร้นที่มีอยู่จะสูญหายไปจนสิ้น

นางตั้งสติปลุกใจตัวเองอยู่สักพัก ก็พูดว่า “ทางเสด็จพ่อยังไม่มีพระบัญชาอะไรกลับมาหรือ ”เขาหยุดพักงานมาหลายวันแล้ว เดิมทีควรทำโทษพอเป็นพิธีเท่านั้น ไม่คิดเลยว่าจะให้หยุดพักงานนานขนาดนี้

หยู่เหวินเห้าเอียงตัวพิงพนักเก้าอี้ แขนเสื้อกว้างสีเขียวครามวางไว้ที่เท้าแขนของเก้าอี้ ดวงตายาวดุจหงส์หรี่ลง แสร้งพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเกียจคร้านว่า “ไม่ ไม่มีพระบัญชา ข้ายังมีความสุขกับการว่างงานอยู่ พอดีเลยจะได้อยู่กับเจ้ามากๆหน่อย”

หยวนชิงหลิงยิ้ม “อย่างอยู่ใกล้ชิดกันนานเกินไป ระหว่างสามีภรรยาก็ต้องมีช่องว่างของความอิสระอยู่บ้าง ”

“ช่องว่างบ้าบออะไรกัน ไม่จำเป็น”หยู่เหวินเห้าไม่เห็นด้วย หากไม่ใช่เพราะคำข่มขู่ที่มีอยู่ เขายังอยากจะตัวติดกับหยวนชิงหลิงตลอดสิบสองชั่วยามด้วยซ้ำไป

หยวนชิงหลิงหยิบตะเกียบคีบของหวานชิ้นหนึ่งขึ้นมาส่งให้เขา แววตาขุ่นมัว “เรื่องของคดี ข้าไม่เคยถามท่าน แต่ว่า ฉู่หมิงชุ่ยนั้นฆ่าตัวตายจริงหรือ ”

หยู่เหวินเห้าไม่ได้เหลือบตาขึ้นมอง“ไม่ได้ฆ่าตัวตายแล้วจะตายเพราะอะไร นางดื่มยาจื่อจินเข้าไปแล้ว หากไม่ใช่ฆ่าตัวตาย ก็สามารถมีชีวิตอยู่ได้อีกแค่วันสองวันเท่านั้น ”

หยวนชิงหลิงพูดว่า “นางแขวนขอตายหรือว่าเอาหัวชนกำแพงตาย”

“กรีดข้อมือ”

“น่าแปลก อยู่ในคุกไปเอามีดมาจากที่ไหนกัน ”หยวนชิงหลิงถามพลางมองไปที่เขา

หยู่เหวินเห้ายักไหล่ กินของว่างพลางพูดขึ้นว่า “นี่ข้าก็ไม่รู้ บางทีในคุกอาจมีเพื่อนของนาง รู้ว่านางหาวิธีฆ่าตัวตาย จึงได้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือกระมัง”

“ฉู่หมิงชุ่ยไม่มีทางหาวิธีฆ่าตัวตาย นางอยากมีชีวิตรอดมากที่สุด ข้าเคยเห็นคนมามากมาย คนที่ดิ้นรนเอาตัวรอดอย่างแรงกล้าเช่นนางนั้นมีน้อยมาก แม้ว่าตลอดมานางจะเอาแต่หาเรื่องใส่ตัว”หยวนชิงหลิงนึกถึงตอนที่นางร้องขอความช่วยเหลือโดยไม่คำนึงถึงศักดิ์ศรีใดๆทั้งสิ้น ช่างไม่เหมือนนางในอดีตที่ดูสูงส่งเลย

“นางไม่เพียงแค่อยากจะมีชีวิตรอด นางยังอยากจะมีชีวิตที่ดียิ่งกว่าใครด้วย”สีหน้าของหยู่เหวินเห้าเหมือนมีเมฆหมอกดำปกคลุมอยู่ชั้นหนึ่ง “เอาล่ะ ไม่ต้องพูดถึงนางแล้ว นางได้ออกไปจากชีวิตของพวกเราแล้ว ”

หยวนชิงหลิงเอ่ยเบาๆว่า “อืม ใช่”

หยวนชิงหลิงมองออก ในใจเขายังคงมีความเศร้าอยู่บ้าง

ถ้าหากฉู่หมิงชุ่ยไม่ได้ฆ่าตัวตาย คนที่ฆ่านางคงเป็นเขา

การฆ่าหญิงสาวที่ตัวเองเคยชื่นชอบมาก่อน รสชาติเช่นนี้ไม่อาจรับได้

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บัลลังก์หมอยาเซียน