บัลลังก์หมอยาเซียน นิยาย บท 303

อ่าน บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 303 การสนทนาของแม่ลูก

นวนิยาย บัลลังก์หมอยาเซียน ได้รับการอัปเดต บทที่ 303 การสนทนาของแม่ลูก ที่มีการพัฒนาขั้นสูงสุดมากมายสิ่งที่ทำให้ซีรีส์นี้พิเศษมากคือชื่อของตัวละคร ^ ^. หากคุณเป็นแฟนของผู้แต่ง Internet คุณจะรักการอ่าน! ฉันมั่นใจว่าคุณจะไม่ผิดหวังเมื่อคุณอ่าน มาอ่านนิยาย บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 303 การสนทนาของแม่ลูก ตอนนี้ที่นี่

การอ่านนวนิยาย บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 303 การสนทนาของแม่ลูก

บทที่ 303 การสนทนาของแม่ลูก ของ บัลลังก์หมอยาเซียน นวนิยาย

วันนี้นางแต่งกายอย่างสูงศักดิ์ สวมชุดผ้าแพรปักรูปค้างคาวและรูปเด็กด้วยดิ้นเงินดิ้นทอง บนคอยังได้ใส่ไข่มุกหนานที่แวววาวอยู่เส้นหนึ่ง ไข่มุกหนานเส้นนี้ ทั้งกลมทั้งมันวาวและเม็ดใหญ่กว่าของไทเฮา ตำแหน่งของนาง ไม่ได้ด้อยไปกว่าไทเฮาซู

ท่านั่งของนาง ยังคงดูสง่างาม เอวตั้งตรง เปิดไหล่ ลำคอตรงระหง สองมือได้วางอยู่บนราวเก้าอี้ ด้วยท่าทางที่สง่างามเช่นนี้มองไปประตูด้านนอกที่พร่ามัว ด้วยสายตาว่างเปล่า

และสองแขนของโสวฝู่ฉู่สอดไว้ในแขนเสื้อเหมือนตาแก่ที่กำลังนั่งมองคนเล่นหมากรุกในตลาด หลังของเขางอเล็กน้อย ไหล่ตก หางคิ้วตก แต่ว่าแสงในแววตายังเปล่งประกาย ก็มองไปข้างนอกเหมือนกัน แต่ว่าภายใต้แววตานี้ ข้างนอกไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาของเขา

“เจ้าทำไมต้องทำเช่นนี้กับแม่ด้วย? ข้าเลี้ยงดูเจ้า ทำให้เจ้าประสบความสำเร็จ เจ้าทำไมถึงอกตัญญูเช่นนี้?”

ในที่สุด ยังคงเป็นฮูหยินย่าที่เปิดปากพูดก่อน น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเกลียดชัง

“อกตัญญู?” โสวฝู่ฉู่หันข้างไปมองหน้านาง “หลายปีมานี้ ลูกไม่กตัญญูหรือ? ท่านแม่พูดอย่างไร ลูกก็ทำอย่างนั้น หลายปีมานี้ ท่านต้องการอะไรต่างได้ดั่งใจไปเสีย ในทุกวัน จะมีคนมาเยี่ยมท่านไม่น้อยกว่าสิบคน ความมีเกียรติของท่าน ความมั่งมีของท่าน มีสิ่งไหนที่ขาดหรือ?”

ฮูหยินย่ายิ้มอย่างเย็นชา “แต่สิ่งเหล่านี้ ก็ไม่ใช่สิ่งที่เจ้าให้ข้า”

“ไม่ใช่คนที่เป็นลูกชายให้ ใครเป็นคนให้? ท่านคิดว่าคนข้างนอก คนในจวน นั้นนับถือท่านที่ท่านเป็นอาวุโสหรือ?” โสวฝู่ฉู่กล่าวอย่างเฉยเมย

“เจ้ากำลังแก้แค้นแม่ ไม่มีใครที่เป็นลูกชายอย่างเจ้า” ฮูหยินย่าโกรธ

โสวฝู่ฉู่ส่ายหัว “แก้แค้นท่าน คงไม่รอจนถึงตอนนี้”

“แล้วทำไมเจ้าต้องทำเช่นนี้ ฮูหยินย่ามองเขา ส่ายหัวอย่างผิดหวัง “เจ้าก็น่าจะรู้ เจ้าทำเช่นนี้ ตระกูลฉู่ก็จะสูญเสียความเคารพนับถือไปโดยสิ้นเชิง แล้วจะมีอะไรแตกต่างไปจากตระกูลอื่นๆ? อาจจะเทียบตระกูลอื่นไม่ได้ด้วยซ้ำ เจ้ากำลังทำลายรากฐานของตระกูลฉู่”

“รากฐาน? ไม่สนว่ามันจะใช่รากฐานหรือไม่ ข้าขอถามท่านแม่หนึ่งคำ รากฐานสำคัญ หรือว่าชีวิตที่อยู่ในจวนสำคัญ?” โสวฝู่ฉู่ถาม

ฮูหยินย่าเห็นเขาพูดออกมาจากใจจริง จึงปรับท่าทาง กล่าวด้วยสีหน้าที่จริงจัง “รากฐานสำคัญ ชีวิตคนก็สำคัญ แต่ระหว่างสองอย่างนี้ ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกัน เจ้าทำรากฐานให้มั่นคง ก็ไม่มีใครกล้าแตะต้องชีวิตคนในตระกูลฉู่ ในทางกลับกันสิ่งที่เจ้าทำในวันนี้ ก็ไม่สามารถรับประกันได้ว่าตระกูลฉู่จะไม่ถูกรังแก”

“ท่านเห็นตัวเองเป็นฮ่องเต้ของประชาชนหรือไง?” โสวฝู่ฉู่ถอนหายใจเบาๆ “ท่านก็ใกล้เข้าโลงแล้ว ทำไมยังไม่รู้จักปล่อยวาง ใต้ฟ้านี้ไม่ใช่ของคนแซ่ฉู่ ตระกูลฉู่หลายปีมานี้ ล่วงเกินคนไปตั้งเท่าไหร่? ต่อให้ฮ่องเต้ทนได้ก็ตาม อนาคตหากข้าตายไป ตระกูลฉู่ต้องเสียหัวกี่หัวถึงจะชดใช้ได้หมด”

ฮูหยินย่ากล่าวอย่างร้อนใจ “ดังนั้น ข้าถึงได้ให้เจ้าสนับสนุนคนในจวนให้มากๆ ขอเพียงมีพลังที่มากพอรากฐานที่แข็งแกร่ง ต่อให้ข้าตาย เจ้าตาย ตระกูลฉู่ก็ไม่ถึงกับว่าไม่มีคนสืบทอด”

“สนับสนุน?” น้ำเสียงของโสวฝู่ฉู่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน “ท่านหมายถึงหลานของท่าน เหลนของท่านหรือ? ตระกูลฉู่นั้นมีคนที่มากความสามารถจริง แต่ไม่ใช่พวกที่อยู่ใต้อำนาจท่าน ท่านให้ท้ายพวกเข้าจนเหลิง ทุกวันนี้รู้เพียงแต่ก่อเรื่อง มีสักคนที่พอจะมอบภาระหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่นี้ให้ได้มั้ย? ข้าเป็นโสวฝู่ฉู่ของราชวงศ์ ตำแหน่งขุนนางในราชสำนักขึ้นๆลงๆ ข้าเห็นมาไม่น้อย การรุ่งเรืองและการถดถอยของแต่ละตระกูล ข้าก็เห็นกับตามาแล้ว หากตระกูลฉู่ยังไม่รู้จักทำความดีหลีกเลี่ยงความเลว ไม่รู้จักสำรวมตัว ในไม่ช้าก็จะถูกถอนรากถอนโคน สิ่งต่างๆในโลกนี้ เมื่อขึ้นสุดแล้วก็จะเสื่อมถอยลงมา ไม่มีอะไรที่ยั่งยืน อายุท่านขนาดนี้ แม้แต่จุดนี้ก็ยังมองไม่ทะลุ หลายปีมานี้ที่อยู่สำนักนางชีเยว่เหมย หนังสือธรรมะที่อ่านไปมามากมายก็เปล่าประโยชน์”

พูดจบ เขาก็ลุกขึ้น “ไปพักผ่อนเถอะ”

ฮูหยินย่าลุกขึ้นมาทันที กล่าวอย่างจริงจัง “เจ้าพูดคำพูดที่ฟังดูสวยหรูตั้งมากมาย ก็ไม่สามารถจะปิดบังเป้าหมายที่แท้จริงของเจ้าหรอก เจ้าก็เป็นเพราะนางกำนัลคนนั้น พวกเจ้าต่างแก่แล้ว ยังมีอะไรที่ปล่อยวางไม่ได้อีกหรือ? หากเจ้ายังคงไม่รู้จักผิด ข้าจะสั่งคนไปตัดหัวของนาง”

โสวฝู่ฉู่เดิมนั้นได้ก้าวเดินไปสองก้าวแล้ว ได้ยินคำพูดนี้ ก็หันกลับมาจ้องมองนางอย่างดุร้ายทันที

ฮูหยินย่ายังไม่เคยเห็นใบหน้าที่ดุร้ายของเขาเช่นนี้มาก่อน สะดุ้งตกใจจนล้มกลับไปนั่งบนเก้าอี้ “เจ้า.....เจ้าคิดอยากจะทำอะไรอีก? เจ้าอยากจะฆ่าแม่ของเจ้าหรือ?”

ร่างกายของโสวฝู่ฉู่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นเหมือนกับผีร้ายที่ขึ้นมาจากนรก “หากท่านกล้าแตะต้องเส้นผมของนางแม้แต่เส้นเดียว ข้าจะฆ่าล้างตระกูลถงให้สิ้นซาก

ตระกูลถง เป็นตระกูลเดิมของฮูหยินย่า

ฮูหยินย่าถูกคำพูดนี้ทำให้ตกใจจนตัวสั่น “เจ้า.........ช่างใจกล้านัก เจ้ากล้าหรือ?”

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บัลลังก์หมอยาเซียน