บัลลังก์หมอยาเซียน นิยาย บท 21

[ร้อน] อ่านนวนิยาย บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 21 ทำให้สงสัย

นวนิยาย บัลลังก์หมอยาเซียน ได้รับการเผยแพร่ไปยัง บทที่ 21 ทำให้สงสัย พร้อมรายละเอียดใหม่ที่ไม่คาดคิด อาจกล่าวได้ว่าผู้แต่ง Internet ลงทุนใน บัลลังก์หมอยาเซียน อย่างจริงใจเกินไป หลังจากอ่าน บทที่ 21 ทำให้สงสัย ฉันก็ทิ้งความเศร้า แต่อ่อนโยน แต่ลึกซึ้งมาก มาอ่านตอนนี้ บทที่ 21 ทำให้สงสัย และตอนต่อไปของซีรี่ส์ บัลลังก์หมอยาเซียน ที่ Good Novel Online ตอนนี้

บทที่ 21 ทำให้สงสัย

หยวนชิงหลิงชำเลืองมองไปที่ใบหน้าของไท่ซ่างหวง(เสด็จพ่อของฮ่องเต้) รอยฟกช้ำดําเขียวค่อยๆจางหายไป ชีพจรลมปราณดีขึ้นมาก

นางรู้สึกอาการไม่น่าเป็นห่วง ถึงอย่างไรก็ช่วยแล้ว

ไท่ซ่างหวงทรงมองไปที่หยู่เหวินเห้า ค่อยๆประคองตัวเองขึ้นมา เมื่อหยู่เหวินเห้าเห็นดังนั้น จึงรีบรุกขึ้นไปนำเบาะรองนั่งให้กับพระองค์ทรงประทับนั่ง

“หลานห้า ภรรยาของเจ้าคนนี้ เสด็จปู่ไม่เคยเห็นนางมาก่อนเลย” น้ำเสียงของไท่ซ่างหวงฟังมีแรงมากขึ้น แต่ทว่า หากเปรียบเทียบกับสามัญชนแล้ว ท่านนั้นเป็นคนที่มีร่างกายอ่อนแอ

หยู่เหวินเห้ารู้สึกอึดอัดอยู่ไม่น้อย หากเสด็จปู่ทรงฟื้นขึ้นมา กลับถามถึงเรื่องราวของนางขึ้นมาก่อน

หลายปีมานี้ไท่ซ่างหวงทรงประชวรอยู่ตลอด หลังจากที่พวกเขาเข้าร่วมพิธีแต่งงานไปก็ได้ไปเข้าพระราชวังทักทายอยู่บ้างแต่ตอนนี้ไท่ซ่างหวงมีสุขภาพร่างกายที่ยังไม่แข็งแรงนัก หยู่เหวินเห้าจึงไม่ได้พานางเข้าเฝ้าทักทาย

หยวนชิงหลิงได้แต่ก้มหน้า ไม่กล่าวสิ่งใด และไม่ได้แสดงกิริยาท่าทางแต่อย่างใด

นางเพียงรู้สึกว่าสายตาคู่นั้นของไท่ซ่างหวงจ้องมาที่ใบหน้าของนาง จ้องมองอย่างพินิจพิจารณา ดวงตาคู่นี้เหมือนมีพลังอำนาจที่แรงกล้า จะมองทะลุหยวนชิงหลิง

ไท่ซ่างหวงขึ้นครองราชย์ได้สามสิบแปดปี ในยุคที่มีแต่การสู้รบแย่งชิงอำนาจ ความเป็นสง่าเป็นอาภรณ์ของพระองค์กว่าหลายปีภายใต้การการปกครองที่ทรงงานอย่างหนัก

“เสด็จปู่ นาง…………สุขภาพร่างกายของนางไม่ค่อยจะสู้ดี หลานจึงไม่ได้พานางมาเข้าเฝ้าทักทายเกรงว่านางจะนำพาหะโรคร้ายไป” หยู่เหวินเห้าได้เพียงแต่กราบทูลไปเช่นนั้น

“ข้าเป็นเพียงแค่คนใกล้ตาย จะกลัวนำโรคร้ายมาให้ข้าทำไม?” ไท่ซ่างหวงหัวเราะขึ้นทันที ด้วยน้ำเสียงที่แสนอบอุ่น

หยวนชิงหลิงค่อยๆเงยหน้า รับรู้ได้ถึงความมีเกียรติมีศักดิ์ศรีเปี่ยมไปด้วยบารมีมากล้นของไท่ซ่างหวง ทำให้นางไม่กล้าเงยหน้าและก้มหน้าลงไปอีกรอบ

“เสด็จปู่ท่านอย่าได้ตรัสแบบนั้นเลย ท่านจะไม่เป็นอะไรอย่างแน่นอน” น้ำเสียงของหยู่เหวินเห้าแฝงไปด้วยความเศร้าโศกเป็นห่วง

ฮ่องเต้หมิงหยวนและอ๋องชินลุ่ยทรงอยู่ข้างๆต่างพูดขึ้นเป็นเสียงเดียวกันว่า“เสด็จพ่อท่านจะหายดีอย่างแน่นอนอย่าห่วงเลย”

ผู้รับใช้นำโจ๊กมา ฉางกงกงนั้นได้รับหน้าที่ให้ดูแลปรนนิบัติท่าน ไท่ซ่างหวงถลึงตาใส่เขา“ทำไมกัน?ข้าไม่สมควรที่จะมีคนที่อายุน้อยกว่านี้มาปรนนิบัติงั้นรึ?ไอ้แก่นี่ ดูขอบตานั้นดำอย่างกับอะไรดี?ข้ายังไม่ตาย แต่พอเห็นสภาพเจ้าและทำให้ฆ่าจะตกใจตายก่อน ไป ไป ไปนอนก่อน ให้พระชายาฉู่อยู่ที่นี่ปรนนิบัติก็พอแล้ว ”

ฉางกงกงได้ทำหน้าที่ดูแลปรนนิบัติไท่ซ่างหวงมาเป็นเวลานานหลายปี เขารู้อุปนิสัยของไท่ซ่างหวงเป็นอย่างดี และรู้ว่าพระองค์ทรงเป็นห่วงตนเอง น้ำตาได้ที่รินไหลออกมา ร้องไห้สะอึกสะอื้นพลางกล่าวขึ้น“ข้าน้อยไม่เหนื่อย ข้าน้อยจะอยู่ที่นี่ดูแลปรนนิบัติพระองค์เอง”

“ไสหัวไป!”ไท่ซ่างหวงเริ่มโมโห ก็จะหายใจลำบาก พระองค์ใช้มือทบอกตัวเอง “เจ้าต้องการให้ข้าโมโหตายใช่ไหม?”

ฉางกงกงเมื่อเห็นเช่นนั้นแล้ว ตกใจจนผงะใบหน้าซีดลงอย่างเห็นได้ชัด รีบตอบรับ“พ่ะย่ะค่ะ พ่ะย่ะค่ะ ข้าน้อยจะรีบออกไป พระองค์ขอทรงระงับความกริ้วด้วย

พระองค์ทรงรักษาตัวด้วย

หลังจากฉางกงกงเดินออกไป หยวนชิงหลิงยังคงคุกเข่าอยู่ตรงนั้น ไท่ซ่างหวงถลึงตาใส่อีกรอบ“ทำไม? ไม่อยากดูแลปรนนิบัติชายแก่อย่างข้างั้นรึ?”

หยวนชิงหลิงรีบลุกขึ้นทันที รับอาหารจากผู้รับใช้ และคุกเข่าลงอีกครั้งกล่าวขึ้นว่า“ไม่ใช่เจ้าค่ะ หม่อมฉันเพียงแค่…………ปลื้มใจเท่านั้นที่พระองค์ทรงเอ็นดูหม่อมฉัน”

“หลานจะทำเองพ่ะยค่ะ!” หยู่เหวินเห้าไม่อยากให้นางใกล้ชิดสนิทสนมกับไท่ซ่างหวงนัก และอยากเป็นคนป้อนอาหารให้กับไท่ซ่างหวงด้วยตัวเอง

ไท่ซ่างหวงยกมุมตาของเขาขึ้น “ทำไมรึ?ไม่เต็มใจให้ภรรยาเจ้าดูแลปรนนิบัติเสด็จปู่งั้นรึ?”

“หามิได้พ่ะย่ะค่ะ……..ทรงอย่าเข้าใจกระหม่อมผิด!” หยู่เหวินเห้าคำนับและถอยออกไป เขารู้สึกอึดอัด แม้จะรู้ว่ามันเป็นความจริงก็ตาม แต่เขาเองก็ไม่ชอบให้ใครมาเรียกหยวนชิงหลิงว่าเป็นภรรยาของเขา

ลูกสะใภ้และพระชายา เขานั้นเรียกเหมือนกัน แต่ในแง่ของเขานั้น สิ่งนี้มีความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด

หยวนชิงหลิงทิ้งตัวลงคุกเข่ายืดตัวขึ้น ป้อนข้าวให้กับไท่ซ่างหวง

ไท่ซ่างหวงเมื่อได้เสวย รับประทานอย่างเอร็ดอร่อย สายตานั่นแสดงให้เห็นถึงความสุข“เจ้าว่าไหม เหล้ากลางดึกไม่เท่าชามโจ๊กในตอนเช้า ข้าอยากกินอีกสักคำ”

คำพูดนี้ทำให้ฮ่องเต้หมิงหยวนกับอ๋องชินลุ่ยดวงตาของพวกเขาประกายแวววาว

“เจ้านั่งขึ้นมาที่เตียงและป้อนข้าเถอะ ไท่ซ่างหวงเอ่ยเช่นนั้น”

หยวนชิงหลิงฝืนยิ้ม นางเองก็เริ่มรู้สึกเจ็บปวดมากจากการโดนโบยนั่น ไปนั่งที่ตรงนั้นดีไหม?

“หลานสะใภ้มิบังอาจ หลานสะใภ้คุกเข่าอยู่เช่นนี้ดีแล้วเจ้าค่ะ ”

“ข้าเรียกให้เจ้ามานั่งก็มานั่ง!”ไท่ซ่างหวงถลึงตาใส่อีกครั้ง

หยวนชิงหลิงทำอะไรไม่ได้จึงค่อยๆลุกขึ้น และค่อยๆเดินมานั่งลง เตียงนอนคลุมด้วยผ้าห่มหนานุ่ม แต่ทว่า นางนั่งจนผ้าห่มจมลง

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บัลลังก์หมอยาเซียน