บัลลังก์หมอยาเซียน นิยาย บท 147

อัปเดต บทที่ 147 กำหนดการคลี่คลายคดี ของ บัลลังก์หมอยาเซียน

ประกาศ บัลลังก์หมอยาเซียน ได้อัปเดต บทที่ 147 กำหนดการคลี่คลายคดี พร้อมรายละเอียดที่น่าทึ่งและคาดไม่ถึงมากมาย ในการเขียนที่คล่องแคล่วในข้อความที่เรียบง่าย แต่จริงใจบางครั้งความโรแมนติคที่สงบของผู้แต่ง Internet ใน บทที่ 147 กำหนดการคลี่คลายคดี พาเราไปสู่ขอบฟ้าใหม่ ลองอ่านซีรี่ส์ บทที่ 147 กำหนดการคลี่คลายคดี บัลลังก์หมอยาเซียน ที่นี่ แป้นค้นหา: บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 147 กำหนดการคลี่คลายคดี

ทั้งสองคดีนี้ ผู้ตายเป็นเพียงสามัญชนธรรมดาเท่านั้น ไร้ซึ่งยศถาบรรดาศักดิ์ และไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับผู้ใด ซึ่งนับว่าเป็นเพียงแค่ชาวบ้านธรรมดาทั่วไปเลยก็ว่าได้

ถ้าหากว่าต้องการที่จะฆ่าคนในหมู่บ้านโดยที่ไม่ให้บริเวณโดยรอบรับรู้ เช่นนั้นก็ต้องทำให้พวกเขาตายภายในพริบตาหรือตายอย่างไม่ส่งเสียงออกมา

ทั้งผลการพิสูจน์ศพยังพบว่าพวกเขาได้รับบาดแผลมาจากมีดทื่อ อีกทั้งในแต่ละศพยังไม่ได้เพียงแค่บาดแผลเดียวเท่านั้น ซึ่งไม่ได้เกิดมาจากอาวุธมีคมอีกด้วย

หากเป็นเช่นนี้ในช่วงที่เริ่มลงมีดครั้งแรกเพื่อสังหารชีวิตพวกเขาก็น่าจะมีเวลามากพอที่จะส่งเสียงออกมาได้ แต่มันกลับไม่มี ถ้ากล่าวว่าลักษณะตัวบ้านเรือนของชาวบ้านอยู่ก็ไกลกันก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ในหมู่บ้านมีสภาพที่แออัดอย่างมาก จนแทบจะกลัวว่าต้องเสียที่ดินให้ผู้อื่นกันอยู่แล้ว

อีกอย่างตัวเรือนก็ไม่ได้ใหญ่มาก การที่มีการฆาตกรรมเกิดขึ้นข้างบ้านเรือนตัวเองแต่ไม่ได้ยินเสียงกรีดร้องเลย นับว่าเป็นเรื่องประหลาดเกินไป

ส่าเอ๋อบอกว่าอีกฝ่ายมีดาบ แต่ว่าผู้ตายทั้งสองครอบครัวไม่ได้เสียชีวิตด้วยดาบ พิจารณาดูแล้วคำพูดของส่าเอ๋อจะใช้การไม่ได้

เขาถอนหายใจออกมาอย่างไม่ทันรู้ตัว

หยวนชิงหลิงขยับมือไปสัมผัสคอของเขาแล้วค่อยๆ ลูบไล้ไปยังคิ้วของเขา แล้วถามด้วยความสงสัย : “ท่านถอนหายใจหรือ?เป็นไรไปงั้นหรือ?”

หยู่เหวินเห้ารีบโอบนางแน่นขึ้น “ไม่มีอะไร แค่หวังให้เจ้าหายไวๆ ”

“โกหก!” เสียงของหยวนชิงหลิงเหือดแห้งแฝงด้วยความง่วง นางขยับร่างกายพลางพาดขาไปบนขาของเขา เสาะหาท่าที่สบายเหมาะจะไม่กดทับบาดแผลของนาง “ท่านมีเรื่องทุกข์ใจ เรื่องคดีสินะ?”

หยู่เหวินเห้าขยับมือลงไปค่อยๆ เคลื่อนเท้าข้างที่ได้รับบาดเจ็บของนางขยับขึ้นมาอยู่ท่าทางที่สะดวกยิ่งขึ้น

“เหตุใดเจ้าถึงได้ฉลาดเช่นนี้นะ?ใจข้าคิดสิ่งใดอยู่เจ้าก็รู้ได้”

“ใช่แล้ว ฉะนั้นท่านอย่าคิดที่จะปิดบังข้าเลย” หยวนชิงหลิงลืมตาขึ้น มองเขาด้วยความอยากรู้

“เล่าให้ข้าฟังเถอะ เผื่อว่าบางทีข้าอาจจะช่วยท่านได้”

หยู่เหวินเห้าจิ้มริมฝีปากของนางก่อนจะพูด : “สองคดีนี้ล้วนไม่มีเบาะแสใดหลงเหลือเลย กระทั่งฆาตกรใช้อาวุธอะไรก็ยังไม่ทราบ ราวกับว่าเป็นแค่การหยิบเอามีดทื่อทั่วไปมาไล่ทำร้ายผู้อื่นเท่านั้น”

“เป็นฝีมือคนไร้สติงั้นหรือ?” หยวนชิงหลิงถาม

“เหมือนเป็นฝีมือของคนไร้สติ แต่ว่าก็เป็นไปไม่ได้ เพราะว่ามันม่เหลือหลักฐานหรือเบาะแสใดๆ ไว้เลย ทั้งอาวุธสังหาร พยานผู้เห็นเหตุการณ์......ช่างเถอะ อย่าว่าแต่พยานผู้รู้เห็นเลย แม้แต่เสียงกรีดร้องยังไม่มีผู้ใดได้ยินเลย คนไร้สติไม่มีความสามารถที่จะวางแผนได้อย่างรอบคอบเช่นนี้เป็นแน่”

หยวนชิงหลิงรู้สึกแปลกใจอย่างมาก “บ้านเรือนของประชาชนอยู่ห่างกันหรือไม่?ถ้าบอกว่าเป็นการสังหารหมู่ ไม่มีทางที่จะไม่ส่งเสียงเลย”

“นี่จึงถือว่าเป็นเรื่องที่น่าประหลาดที่สุด บ้านเรือนของประชาชนอยู่ใกล้กันมาก ทั้งระยะเวลาในการลงมือสังหารก็ไม่น้อย แต่ผู้ถูกทำร้ายกลับไม่ส่งเสียงร้องเลยสักนิด”

“นอกเสียจากว่าจะหมดสติไปก่อนแล้ว” หยวนชิงหลิงกล่าว

หยู่เหวินเห้าส่ายหน้า “ไม่หรอก เพราะทั้งสองคดีนี้ มีเด็กทารกที่ยังชีวิตอยู่ ทั้งเด็กน้อยยังตื่นอยู่ ไม่เคยได้รับยานอนหลับใดๆ ทั้งสิ้น”

“เช่นนั้นก็น่าแปลกเกินไปแล้ว” หยวนชิงหลิงครุ่นคิด “หรือฆาตกรจะลงมือสังหารภายในมีดเดียว?แต่คนเยอะขนาดนี้ต่อให้จะเป็นการสังหารภายในมีดเดียว ก็ไม่สามารถที่จะสังหารคนจำนวนมากในเวลาเดียวกันได้อยู่ดี”

“บนร่างกายของผู้ตายมีรอยบาดแผลมากมาย ไม่ได้ตายเพียงมีดเดียว” หยู่เหวินเห้าที่ไม่อยากพูดคุยเรื่องโหดเหี้ยมเช่นนี้กับนางในเวลากลางดึกเช่นนี้ เขาจึงเอื้อมมือไปลูบดวงตาของนางเบาๆ “เอาล่ะ ไม่พูดแล้วดีกว่า รีบนอนเถอะ”

“อ๋อ” หยวนชิงหลิงค่อยๆ หลับตาลงก่อนจะถามขึ้นมาอย่างกะทันหัน : “แล้วท่านเคยเห็นศพหรือยัง?”

“ข้าไม่เคยเห็น แต่ว่าทั้งฝ่ายนิติเวชและฝ่ายชันสูตรศพ ต่างมีผลสรุปออกมาเช่นเดียวกัน”

หยวนชิงหลิงไม่มีความเข้าใจเรื่องการสืบสวนคดี และเมื่อเห็นว่าตัวเองไม่อาจช่วงสิ่งใดได้ จึงไม่ไถ่ถามต่อความอีก อีกทั้งเพื่อหลีกเลี่ยงที่จะทำเขานอนไม่หลับอีกด้วย

ชายหนุ่มที่เข้าไปว่าราชกิจที่ท้องพระโรงล้วนเป็นผู้มีความกล้าหาญทั้งนั้น

เพราะไม่ว่าผ้าห่มจะอุ่นเพียงใด หญิงสาวใต้ผ้าห่มนั้นจะอ่อนโยนเพียงใด ในเวลาตีสามก็ต้องตื่นขึ้นมาเตรียมตัว

หยู่เหวินเห้าได้มีการสั่งให้คนนำชุดเสื้อผ้ามาจัดเตรียมเอาไว้ยังห้องข้างๆ ตั้งแต่เมื่อคืนนี้แล้ว เพื่อไม่ให้รบกวน พอเขาตื่นจึงมุ่งตรงไปยังอีกห้องหนึ่งเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า พลางล้างหน้าทำความสะอาดต่างๆ

เป็นเพราะฤทธิ์จากยาที่หยวนชิงหลิงกินลงไป จึงทำให้นางหลับลึก แม้ในตอนที่เขาลุกออกไปนางก็ไม่รับรู้เรื่องใดๆ ทั้งสิ้น

ก่อนที่หยู่เหวินเห้าจะออกเดินทางก็ได้เข้าสั่งการกับฉี่หลอ “เจ้าจงไปสั่งการในครัวให้ทำการเคี่ยวรังนก ในตอนที่พระชายาตื่นนอนให้นางทานจะดีที่สุด และจงจำไว้นมแพะที่ใช้ในการเคี่ยวจะต้องสดใหม่ที่สุด พระชายาไม่ชื่นชอบการทานอาหารรสหวาน ฉะนั้นพยายามใส่น้ำตาลให้น้อยที่สุด”

ฉี่หลอยิ้มรับเบาๆ “รับทราบเจ้าค่ะ ท่านอ๋องช่างเอาใจใส่จริงๆ”

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บัลลังก์หมอยาเซียน